ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ


หากจะกล่าวว่าการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักของการพัฒนาเศรฐกิจโลกในปัจจุบันเลยก็ว่าได้..

ช่วยให้การดำเนินธุรกิจสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจสำเร็จผลตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจาก มนุษย์มีวิธีการค้นหาความจริงเป็นขั้นตอน ที่เรียกว่า วิธีการทางวิทยาศาสตร์ โดยนำไปสู่ผลสรุปที่สามารถอธิบายได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล วิทยาศาสตร์จึงเข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งในด้านเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม นักวิทยาศาสตร์ค้นคิดประดิษฐ์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อช่วยให้การผลิตมีทั้งคุณภาพ และปริมาณมากเพียงพอแก่การบริโภค และมีส่วนช่วยให้การดำเนินธุรกิจสะดวกรวดเร็ว



ผลจากการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ ในคริสต์ศตวรรษที่ 17
            11.1 การปฏิวัติวิทยาศาสตร์เป็นสาเหตุผลักดันให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ทำให้ประเทศต่าง  ในยุโรปพัฒนาความเจริญก้าวหน้าในด้านการผลิตจนกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก
            11.2. การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ทำให้เกิด “ยุคภูมิธรรม” หรือ “ยุคแห่งการรู้แจ้ง” ทำให้ชาวตะวันตกเชื่อมั่นในเหตุผล ความสามารถ และภูมิปัญญาของตน เชื่อมั่นว่าโลกจะก้าวหน้าพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง มีความมั่นในว่าจะสามารถแสวงหาความรู้ต่อไปไม่มีวันสิ้นสุด โดยอาศัยเหตุผลและสติปัญญาของตน

สรุปการค้นพบความรู้ทางดาราศาสตร์ระยะแรกๆ
1.การค้นพบทฤษฎีระบบสุริยจักรวาลของนิโคลัส (Nicholaus Copernicus) ชาวโปแลนด์ ในต้นพุทธศตวรรษที่ 23 สาระสำคัญ คือ ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล โดยมีโลกและดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ โคจรโดยรอบ            ทฤษฎีของโคเปอร์นิคัสขัดแย้งกับหลักความเชื่อของคริสต์จักรอย่างมากที่เชื่อว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล แม้จะถูกประณามอย่างรุนแรง แต่ถือว่าความคิดของโคเปอร์นิคัสเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ชาวตะวันตกให้ความสนในเรื่องราวลี้ลับของธรรมชาติ
2 การประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ (Telescope) ของกาลิเลโอ (Galileo Galilei) ชาวอิตาลีในปี .. 1609 ทำให้ความรู้เรื่องระบบสุริยจักรวาลชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น ได้เห็นจุดดับในดวงอาทิตย์ได้สังเกตการเคลื่อนไหวของดวงดาว และได้เห็นพื้นขรุขระของดวงจันทร์ เป็นต้น
3 การค้นพบทฤษฎีการโคจรของดาวเคราะห์ ของโจฮันเนส เคปเลอร์ (Johannes Kepler) ชาวเยอรมัน ในช่างต้นคริสต์ศตวรรษที่ 23 สรุปได้ว่า เส้นทางโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์เป็นรูปไข่หรือรูปวงรี มิใช่เป็นวงกลมตามทฤษฎีขอโคเปอร์นิคัส


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น